Tachanat's profileTachanat's WorldPhotosBlogGuestbookMore Tools Help

Blog


    September 11

    อิฐก้อนหนึ่ง

     
    ให้ลมมันแรงร้อนเพียงใด
    ให้มีฝนมากมาย
    แดดเกรียมเผาแทบตาย
    อย่าไปยอมแพ้

    อย่ายอมให้ลมพัดเราไป
    อย่ายอมเพราะความง่าย
    หยัดยืนสู้ด้วยใจ
    ด้วยใจที่รวมกัน

    อิฐก้อนหนึ่งซึ่งถูกวางอย่างเดียวดาย
    มีความหมายแค่เพียงดินที่คนปั้น
    ซ่อนความงาม ซ่อนความจริงและความฝัน
    อิฐก้อนนั้นคงรอวันเพื่อมีค่า

    อิฐหมื่นแสนที่ถูกวางอย่างสร้างสรรค์
    อัศจรรย์จึงบันดาลขึ้นตรงหน้า
    ก่อกำแพงสร้างบ้านเรือนตึกระฟ้า
    แดดลมฝนจะพัดพาไม่มีหวั่น

    อิฐก่อนนั้นช่วยป้องกันไม่หวั่นเลย
    อิฐก่อนนั้นช่วยป้องกันไม่หวั่นเลย

    อิฐก้อนไหนจะถูกวางไว้อย่างเดิม
    อิฐก้อนไหนจะถูกวางไว้สร้างเมือง
     
     
     
    เพลง: อิฐก้อนหนึ่ง
    เนื้อร้อง: ประภาส ชลศรานนท์
    ขับร้อง: เฉลียง
     
    August 07

    75 ข้อ คัมภีร์ลูกผู้ชาย

     
    พรสวรรค์ไม่ใช่มีกันได้ทุกคน แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนแสวงหากันได้ คนเราเกิดมาไม่จำเป็นต้องเก่งเสียทุกอย่าง
    ขอเพียงมีความมุ่งมั่นตั้งใจจริง เก็บเกี่ยว สั่งสม พัฒนาทักษะความชำนาญในแต่ละเรื่อง ทุกคนย่อมทำได้
     
    "75 Skills Every Man Should Master" 75 ข้อ คัมภีร์ลูกผู้ชาย
    นิตยสาร Esquire ฉบับภาษาไทย July 2008 Volume 14 No. 07
     
    1. มีประโยคเด็ด
    2. จับโกหกคนผิด
    3. ถ่ายรูปเป็น
    4. ชู้ตบาสลง
    5. รู้จักหนังสือดี
    6. รู้เรื่องเพลง
    7. ทำกับข้าว
    8. พูด
    9. แต่งจดหมายเป็น
    10. ฉลาดเลือกสูท
    11. ว่ายน้ำได้สามท่า
    12. ยกย่องผู้อื่น
    13. ชกให้เป็น
    14. รู้จักล้มไม้ใหญ่
    15. คำนวณตารางเมตรหรือวาเป็น
    16. ผูกหูกระต่าย
    17. บอกรักได้หลายภาษา
    18. แฟนสวย
    19. สอยกระดุมเป็น
    20. ไม่ลืมกำพืด
    21. รู้ว่าหญิงถึงจุดโดยที่ไม่ต้องถาม
    22. รู้คุณคน
    23. รู้จักดื่ม
    24. ตอกตะปูใส่ไม้หน้าสาม
    25. ตกปลาเป็น
    26. เล่นรัมมี่ชนะคนแก่
    27. เล่นไพ่กับเด็กๆ
    28. เข้าใจทฤษฎีควอนตัมฟิสิกส์
    29. แสร้งทำเป็นสนใจ
    30. จัดที่นอน
    31. วิจารณ์ไวน์ได้
    32. ผสมค็อกเทลอร่อย
    33. สอยคิวท่าพลิกแพลง
    34. จัมพ์สายไฟสตาร์ท
    35. จับสามตาบนโต๊ะพนันแคร็ป
    36. สับไพ่
    37. รู้ว่าเมื่อไหร่ควรจั่วไพ่แบล็คแจ็ค
    38. คุยกับเด็กแปดขวบรู้เรื่อง
    39. สั่งอาหารบ๋อย
    40. คุยกับหมารู้เรื่อง
    41. ติดตั้งเครื่องตัดไฟ
    42. ขอความช่วยเหลือ
    43. ดิ้นมือให้หลุด
    44. บอกเบอร์ชุดของผู้หญิงได้
    45. เล่าเรื่องโจ๊ก
    46. จำบทกวีได้
    47. ขจัดคราบ
    48. รู้จักปฏิเสธ
    49. ทอดไข่ดาวเป็น
    50. ก่อกองไฟ
    51. ฝืนใจทำบางอย่าง
    52. เอาเรื่องคนบ้าง
    53. แยกมวย
    54. รู้เหนือรู้ใต้
    55. ใช้เพลงเป็นสื่อบอกความในใจ
    56. อธิบายเรื่องปีแสงได้
    57. หลีกหนีความจำเจ
    58. เขียนโน๊ตขอบคุณ
    59. ทำแผลเป็น
    60. ติดยี่ห้อไหนสักยี่ห้อหนึ่ง
    61. อบเบค่อน
    62. กล่าวคำอวยพรในงานพิธี
    63. รู้จักคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส
    64. ขว้างลูกเบสบอลให้มีเสียง
    65. ทุ่มฟุตบอลให้ติดไซส์โค้ง
    66. ชู้ตบาสระยะ 12 ฟุตให้แม่น
    67. หาทางออกจากป่าได้
    68. ผูกเงื่อน
    69. อุ้มเด็ก
    70. จับมือเป็น
    71. รีดเสื้อเรียบ
    72. ตุนของใช้จำเป็นไว้ในรถ
    73. ไซ้คอสาวสัมผัสต้องแผ่วเบา
    74. ดูนกเป็น
    75. ต่อราคาเก่ง
     
     
     
    August 06

    ยิ่งให้ยิ่งได้

     
    กฏ 5 ข้อแห่งความสำเร็จล้นฟ้า
     
    จากหนังสือ "The Go-Giver ยิ่งให้ยิ่งได้"
    เขียนโดย Bob Burg and John David
    แปลโดย ศิขริน
     
    กฏแห่งคุณค่า
    ค่าที่แท้จริงของตัวคุณวัดได้โดยการดูว่ามูลค่าของสิ่งที่คุณมอบให้ไปนั้นสูงกว่าเงินที่คุณได้รับมามากแค่ไหน
     
    กฏแห่งค่าตอบแทน
    รายได้ของคุณตัดสินโดยดูว่าคุณให้บริการผู้คนจำนวนมากแค่ไหน และคุณบริการพวกเขาได้ดีเพียงใด
     
    กฏแห่งอิทธิพล
    คุณจะมีอิทธิพลมากเพียงไร ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณให้ความสำคัญแก่ผลประโยชน์ของผู้อื่นก่อนตัวเองมากแค่ไหน
     
    กฏแห่งความจริงใจ
    สิ่งทรงคุณค่าที่สุดที่คุณจะต้องมอบให้คนอื่นๆ ก็คือตัวคุณเอง
     
    กฏแห่งการรับ
    กุญแจสู่การให้อย่างมีประสิทธิภาพคือการเปิดใจกว้างที่จะรับ
     
     
     
     
    July 17

    Positive Thinking

     
    รอยยิ้มในวันที่เหนื่อยล้า ไม่ได้มาจากกำลังใจของคนรอบข้างเพียงอย่างเดียว
    บางครั้งสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบตัวก็สามารถทำให้หัวใจเบิกบานเป็นสุขได้เช่นกัน
    ขอเพียงเรารู้จักคิดบวก ความสุขที่แท้จริงแล้วหาง่ายและอยู่รอบกายเรานี่เอง
     
     
    Love yourself - รักทุกอย่างที่ตัวเองเป็น รวมทั้งเห็นคุณค่าของคน สัตว์ และสิ่งต่างๆรอบตัว
     
    Live without guilt - ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ จงให้โอกาสตัวเองเสมอ
     
    Look at the bright side - มองหาแต่สิ่งดีๆในตัวผู้คนและในทุกสถานการณ์
     
    Laugh out loud - หัวเราะดังๆทุกครั้งที่เผลอคิดลบ
     
    Learn to give - ช่วยเหลือผู้อื่นเท่าที่สามารถทำได้
     
    Last without fear - อยู่ใต้ฟ้าจะกลัวอะไรกับฝน จงเชื่อว่าไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้
     
     
     
    June 20

    ไหว้ครู

     
     
    "From those to whom much is given, much is expected."
     
    ---- คนที่ได้รับอะไรไปมาก ย่อมถูกคาดหวังว่าจะให้มากเช่นกัน ----
     
     
     
    เวียนมาบรรจบอีกหนึ่งครั้งสำหรับวันไหว้ครู เท่ากับว่าเราอยู่ที่นี่มาเกือบสามปีเต็ม เวลาช่างผ่านไปไวเหลือเกิน
    นับจากวันแรกที่ตบเท้าก้าวเข้ามาที่นี่ ด้วยวัยละอ่อนที่ท่าทางยังดูประหม่าและขัดเขินขณะบรรยายหน้าชั้นเรียน
    เตรียมพาวเวอร์พอยท์มาเกือบร้อยสไลด์สำหรับสอนสามชั่วโมง แต่สามารถยิงรวดเดียวจบได้เพียงชั่วโมงเดียว
    แต่ในวันนี้ มันไม่เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว ไม่จำเป็นต้องเตรียมสไลด์ ใช้ปากกาไวท์บอร์ดด้ามเดียว เอาอยู่ตลอดคาบ
     
     
    ชีวิตในโลกวิชาการนั้นมีเสน่ห์ มันทำให้เราไม่เคยหยุดเรียนรู้ และยิ่งต้องเร่งพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา
    หากวันนี้ยังอยู่สถาบันเดิม คงไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้ถึงเพียงนี้ เพราะทุกคนยังเป็นครูบาอาจารย์เรา
    เปรียบเสมือนกล้าไม้พันธุ์ดีจะผงาดล้ำเรือนยอดให้เด่นตระหง่านได้อย่างไร ถ้ายังมัวอยู่ใต้ร่มชายคาเดิม
    แต่ที่นี่ ไม่มีใครเป็นครูบาอาจารย์เรามาก่อน มันทำให้ปากดีได้ถึงที่สุด และแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่
    แม้ว่าต้องสู้รบปรบมือกับรากเหง้าอำนาจมืดที่โกงกินและฉุดรั้งพัฒนาการในแวดวงสถาบันการศึกษาไทย
     
     
    ทั้งหมดล้วนทำให้เราแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในโลกความเป็นจริง บางครั้งแม้จะท้อแท้ แต่ทว่าไม่เคยหยุดท้าทาย
    ขอบคุณทุกโอกาสที่ช่วยเติมประสบการณ์อันมีค่า และอุปสรรคที่เป็นเสมือนบทเรียนอันท้าทายให้ก้าวข้าม
     
     
    ขอถือโอกาสนี้...
    ระลึกถึงพระคุณครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิประสาทวิชาและสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกศิษย์อวดดีคนนี้ก้าวเดินตาม
    วันนี้เมื่อต้องเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ให้บ้างแล้ว เราก็จะถ่ายทอดต่อไปให้ดีที่สุด เช่นเดียวกับที่เราเคยได้รับมาก่อน
    นั่นเป็นสิ่งเดียวที่จะตอบแทนพระคุณครูได้ดีที่สุด เหนือค่ากว่าพวงมาลัย ดอกเข็ม ดอกมะเขือ หญ้าแพรกใดใด
    และรู้ดีว่าครูจะต้องปลื้มใจและชื่นชมในทุกย่างก้าวความสำเร็จของเรา
     
     
    เรียนรู้...เติบโต...งอกงาม
     
     
     
     
     
    April 16

    โกง

     
     
    สถานภาพคุณธรรมในทรรศนะและแนวทางปฏิบัติของประชาชนในสังคมไทย โดยผลสำรวจของเอแบคเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
     
    ด้านจิตอาสา
    - การช่วยเหลือคนอื่นไม่ใช่หน้าที่ของตัว 53.1% (ตัวใครตัวมัน)
    - หากทำประโยชน์เพื่อสังคมก็อยากให้คนอื่นรับรู้ 85.2% (ทำดีอยากได้หน้า)
     
    ด้านความซื่อสัตย์
    - อาจจะไม่ซื่อสัตย์กับวิชาชีพได้ถ้าจำเป็น 62.9% (เรื่องเด็กเด็ก)
    - ยอมรับได้หากรัฐบาลโกงกิน 50.5% (จะเป็นไรไปถ้าเขายังทำงาน)
    - ยอมรับการกินตามน้ำหรือหัวคิว 48.3% (ใครๆเขาก็ทำกัน)
     
    ด้านวินัย
    - ไม่ยอมให้ข้อห้ามเล็กๆน้อยๆในสังคมมาเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิต 86.1% (คิดมากไปได้)
    - กฏระเบียบของสังคมเป็นสิ่งที่ฝ่าฝืนได้ 65.3% (ทำอะไรตามใจคือไทยแท้)
     
     
    เป็นที่น่าคิดที่ความโกงหรือความฉ้อฉลยุคนี้เจริญงอกงามไปทุกหย่อมหญ้า ไม่เว้นรุ่นหรือวัย ไม่เว้นชั้นวรรณะ จากที่เราเคยคุ้นว่าโกงเพราะไม่มีจะกิน จึงต้องทำไปด้วยความหน้ามืดตามัวหวังเพียงเพื่ออยู่รอด แต่ยุคนี้กลับกลายเป็นว่ายิ่งร่ำรวยก็ยิ่งโกง มีเท่าไหร่ไม่เคยรู้จักพอ กินคำเล็กคำใหญ่ เบี้ยบ้ายรายทางขอเอาไว้ก่อน เอามันหมดทุกท่า จากโกงดื้อๆแบบหน้าด้านๆก็เพิ่มความสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากขึ้นเรื่อยๆ จนจับแทบไม่ได้ไล่แทบไม่ทัน แม้บางคนถูกจับได้คาหนังคาเขาแล้วก็ยังสามารถบ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเป็นชวนคนอื่นมาร่วมด้วยช่วยโกงเผื่อรอดตัว ไม่ก็หาทางซัดทอดปัดสวะไปให้พ้นตัว
     
    ความจริงแบบนี้น่ากลัวขึ้นทุกที เพราะมันมีอยู่รอบตัวทั้งใกล้หรือไกล ใครที่มีภูมิต้านทานดีก็ไม่ต้องกลัวติดเชื้อโกง ขณะเดียวกันต้องคอยรักษาใจไว้ไม่ให้อ่อนแอหรือท้อแท้ ไปกับการตั้งคำถามว่าจะซื่อสัตย์หรือทำดีไปทำไม ป่วยการเปล่า ในเมื่อยังเห็นคนชั่วคนโกงเชิดหน้าชูหัวเสวยสุขอยู่เกลื่อนเมือง อย่างไรก็ตาม แม้จะป้องกันหรือเปลี่ยนแปลงการโกงไม่ได้ทุกเรื่อง แต่เรายืนหยัดต้านต่อไปได้ด้วยความสุจริตเป็นที่ตั้ง คนที่ชอบถือครองฉกฉวยอะไรก็ตามที่ไม่ใช่สิทธิ์ของตัว ผลของการกระทำย่อมแสดงตัวให้เห็นตามมาแน่นอน ไม่ช้าก็เร็ว เราไม่ต้องเสียเวลาคอยบ่นด่าสาปแช่งคนโกงหน้าไหนทั้งสิ้น เอาเวลาที่มีไปทำเรื่องดีๆที่ไม่โกงคนอื่นและไม่เผลอโกงตัวเองกันดีกว่า
     
     
     
    ==============================
    คัดลอกมาจากคอลัมน์ READ MY MIND
    นิตยสาร IMAGE ฉบับเดือนมีนาคม 2551
     
     
     
    April 14

    เรียนรู้ เติบโต งอกงาม

     
     
    เคยทบทวนดูบ้างไหมว่าเราใช้พลังงานชีวิตสิ้นเปลืองขนาดไหนในการปกป้องตัวตนและภาพพจน์ โดยให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านั้นมากกว่าคุณความดีและประโยชน์ที่เราสร้างให้เกิดกับตัวเอง ผู้อื่นและสังคมรายรอบ ทั้งที่เป็นรูปธรรมภายนอกและเป็นความงอกงามภายในจิตใจ ถ้าเราใส่ใจมองลึกลงไปในทุกอิริยาบถของชีวิต เหมือนทุกเหตุการณ์เป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่สวรรค์ประทานส่งมาให้ และเป็นพันธกิจหลักของเราที่จะใช้ทุกโอกาสนั้นให้เกิดประโยชน์งดงามที่สุดกับชีวิตเราเอง ทุกขณะของชีวิตก็จะเป็นเวลาของความสุข การเรียนรู้ การเติบโต ความงอกงาม ยังประโยชน์สุขและความอิ่มเอมสู่ทุกหัวใจของสรรพชีวิตบนโลกที่แสนสวยงามและสงบสุขใบนี้
     
     
    April 12

    สรรพสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลง

     
    เพิ่งมีโอกาสได้ดูภาพยนตร์เรื่อง THE 11th HOUR
    Turn Mankind's Darknest Hour into Its Finest
    Pruduced & Narrated by Leonardo Dicaprio

    เป็นสารคดีเชิงรณรงค์ให้ตระหนักถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เช่นเดียวกับ An Inconvenient Truth
    เน้นที่การเสื่อมโทรม และล่มสลายของระบบนิเวศอันส่งผลกระทบต่อ Ecological Services & Life Support System

    หนังแสดงตัวอย่างสื่อให้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมในหลากหลายด้าน

    กล่าวถึง พฤติกรรมมนุษย์ กับ วิถีบริโภคนิยม  และ เศรษฐกิจทุนนิยม

    โลกมีเวลายาวนานที่จะเยียวยาตัวเองได้ แต่ มนุษย์เราไม่มีโอกาสนั้น
     
    April 10

    Seethrough

     
     
    ในตำราพิชัยสงครามของขงเบ้งกล่าวถึงกลวิธีในการดูคนเจ็ดประการ
     
    หนึ่ง ยุแหย่ด้วยเรื่องดีร้ายแล้วสังเกตดูซึ่งปณิธาน
     
    สอง บริภาษให้อับจนแล้วสังเกตดูซึ่งปฏิภาณ
     
    สาม สอบถามซึ่งกลยุทธ์แล้วสังเกตดูซึ่งปัญญา
     
    สี่ บอกกล่าวซึ่งเคราะห์ภัยแล้วสังเกตดูซึ่งความกล้า
     
    ห้า มอมเมาด้วยสุราแล้วสังเกตดูซึ่งอุปนิสัย
     
    หก ผูกมัดด้วยอามิสแล้วสังเกตดูซึ่งความสุจริต
     
    เจ็ด มอบหมายภารกิจให้ทำในเวลาที่จำกัดแล้วสังเกตดูซึ่งสัจจะ
     
     
    April 05

    Research and Reasoning

     
     
    ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไม่สามารถค้นพบได้ด้วยลำพังการกระทำตามขั้นตอนของระเบียบวิธีวิทยาศาสตร์ พลังสำคัญในการค้นพบคือพลังของความคิด การใช้ตรรกะของเหตุและผลเพื่อเค้นหาความจริงที่แฝงอยู่ในข้อมูล ซึ่งระดับของการพัฒนาทางความคิด แบ่งได้เป็น 6 ระดับ ได้แก่ ระดับความจำ (knowledge) ระดับความเข้าใจ (Comprehension) ระดับการประยุกต์ (application) ระดับการวิเคราะห์ (analysis) ระดับการสังเคราะห์ (synthesis) และระดับการรู้จักประเมิน (evaluation) 
     
    กระบวนการวิจัยเป็นการเพียรฝึกฝนตนเองตามหลักการพัฒนาปัญญา
    1. จินตามยปัญญา (คิดเป็นระบบ)
    2. สุตตะมยปัญญา (ฟังแบบวิพากย์)
    3. ภาวนามยปัญญา (การลงมือปฏิบัติจนสามารถรู้ได้ด้วยตนเอง)

    เรากำลังก้าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานความรู้ที่ต้องเร่งพัฒนาคน อบรมบ่มนิสัยให้เป็นคนดี มีคุณธรรมจริยธรรม มีความคิดเป็นวิทยาศาสตร์ มีความคิดริ่เริ่ม สามารถทำงานเป็นทีม และ รักการอ่านตลอดชีวิต สามารถนำความรู้ที่มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลามาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองและสังคมได้ เพื่อการแข่งขันในโลกแห่งฐานความรู้




     
    March 31

    Time and Tide

     
      
    ช่วงนี้อยากหาเวลาพักผ่อนให้ตัวเองบ้าง หลังจากหักโหมอดหลับอดนอนบ่อยตลอดเดือน แม้จะกินอาหารเสริมและวิตามินเยอะแยะไปหมด รวมทั้งพยายามเข้าฟิตเนสออกกำลังกายเป็นประจำ แต่การนอนก็เป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด ซึ่งเราละเลยที่จะให้ความสำคัญ บางทีนั่งอยู่ห้องทำงานยันจนสว่างบ่อยครั้ง นิสัยที่เผางานไม่ไฟลนก้นก็ไม่ทำมันแก้ไม่หายเสียที อยากให้ทุกงานออกมาดีสมบูณณ์แบบ แต่งานทุกชิ้นมันก็ดีที่สุดภายใต้เงื่อนไขเวลาหนึ่งเท่านั้นแหละ ถ้าไม่ทำอะไรมากมายอย่างที่มุ่งหวังในตอนนี้ แล้วจะต้องรอแก่ไปถึงอายุเท่าไหร่ถึงจะได้ทำ ต้องลงแรงในขณะที่ยังมีกำลังวังชาเช่นตอนนี้แหละ เพื่อจะได้ไม่หันมองกลับหลังและนึกเสียใจในวันหน้า นั่นคือข้อดีของเรานั่นเองที่ไม่เคยปล่อยโอกาสหลุดลอยไป ที่สำคัญต้องอบรมบ่มเพาะตัวเองให้คู่ควรสำหรับแต่ละโอกาสที่ผ่านเข้ามาด้วย สิ่งที่ทำให้เราเป็นเราเฉกเช่นปัจจุบันและมาถึงวันนี้ได้ ไม่ได้เพียงผ่านการอบรมคอร์สอะไรที่ไหนมา แต่ใช้ทุกอย่างในชีวิตแลกมาด้วยวิถีทางที่ถูกต้อง อ่านหนังสือเล่มนั้น คำพูดของคนนี้ บุพการี เพื่อนพ้องน้องพี่ ครูบาอาจารย์ทั้งนอกและในห้องเรียน รายวิชาทั้ง 260 หน่วยกิตจากทั้งปริญญาตรีและโท ประสบการณ์ กิจกรรม น้ำตา ความสำเร็จ คำชื่นชมและติเตียน สมองและสองมือที่ไม่เคยหยุดไขว่คว้า
     
    Time and tide wait for no man.
     
    เวลาและสายน้ำไม่เคยคอยใคร เป็นวลีที่คุ้นเคยตั้งแต่สมัยเรียนภาษาอังกฤษตอนชั้นประถม ใช้เตือนสติสำหรับการงานในตอนนี้ได้ดีทีเดียว ช่วงนี้ชีพจรลงเท้าต้องขับรถไปมาบ่อยมาก จนดูเหมือนเคยชินกับระยะทาง 250 กิโลเมตรไปเสียแล้ว ล่าสุดต้องเข้าไปประชุม MSST 2008 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่ก็นัดนิสิตสอบปัญหาพิเศษไว้ 5 คน จำเป็นต้องขับรถกลับมาจันทบุรี นั่งตรวจแก้เล่มจนแทบไม่ได้นอนแถมเครียดมาก เด็กสมัยนี้ไม่มีทักษะการเขียนเชิงวิชาการ ค้นคว้าและอ้างอิงไม่เป็น ห้องสมุดไม่เคยเข้า ทำรายงานด้วย Google Search เรียนจบมาด้วยประการเช่นนี้ ควรตระหนักถึงคุณภาพบัณฑิตกันเสียบ้าง ส่วนนิสิตที่ทำปัญหาพิเศษกับเราทั้งหมดในเทอมนี้ 9 คน เพิ่งจะได้สอบไปเพียง 4 คน แต่ภูมิใจเป็นอย่างมากเพราะหลายงานสมบูรณ์เกือบเทียบเท่าวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโททีเดียว ต้องผลักดันให้ตีพิมพ์ให้ได้ต่อไป แต่เหนื่อยเหมือนกันนะที่เคี่ยวเข็ญกว่าจะออกมาได้ขนาดนี้ มีโอกาสไปเป็นกรรมการสอบนิสิตในความดูแลของอาจารย์คนอื่น ประมาณ 7 คน เด็กบางคนไม่ได้รู้สึกถึงคุณค่างานวิจัยของตัวเองเลย เพราะที่ทำไปไม่ได้เกิดจากมูลเหตุจูงใจของตัวเอง ไปลงชื่อทำโปรเจคกับอาจารย์บางคนไว้ ประเด็นนี้ต้องด่าทั้งเด็กที่ปัญญาอ่อนและตัวอาจารย์ที่เห็นแก่ตัว หลับหูหลับตาทำตามที่ปรึกษาสั่ง แบบนี้ไม่ได้สร้างคนแต่ผลิตหุ่นยนต์ต่างหาก เสียเวลานั่งตรวจแก้เล่มและให้คอมเมนต์ในข้อบกพร่อง มันก็เห็นเราเป็นยักษ์เป็นมารคอยดุด่าจับผิดเสียเปล่า กิตติกรรมประกาศก็ยังต้องลอกกันมา มันไม่ได้ออกมาจากใจเลย แบบนี้ไม่ต้องขอบคุณเสียดีกว่า
     
    March 22

    Life is as an ocean

     
     
    Life is as an ocean: easy and clear on the top but hard and dark at depth.
     
    ระยะนี้สะสางงานคั่งค้างหลายเรื่องมาก แต่ก็รู้สึกสนุกดีที่มีอะไรเยอะแยะวุ่นวายให้ต้องทำ แม้จะเหนื่อยและเครียดแค่ไหนแต่กลับรู้สึกว่ามีคุณค่า สารพัดไอเดียความคิดก็บรรเจิดขึ้นมา แต่ที่สำคัญคงต้องหาเวลาพักผ่อนและออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ เดือนหน้าคงหาเวลาไปเดินทางท่องเที่ยวไกลๆสักที เมื่อวานไปดูหนังเรื่องปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่นที่สยามพารากอน ก็นับว่าคลายเครียดกระชากวัยดีเหมือนกัน ได้ดูตัวอย่างหนังเรื่อง สี่แพร่ง ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้กำกับหลายคน น่าจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรพลาด
     
    อดใจรอจนถึงงานสัปดาห์หนังสืออาทิตย์หน้าไม่ไหว ใจจริงก็ไม่ได้สนใจนักหรอก เพราะไม่ชอบคนเยอะพลุกพล่านแถมราคาก็ไม่ได้ลดเยอะสักเท่าไหร่ ช่วงนี้เข้าศูนย์หนังสือจุฬาฯแทบทุกวัน หมดไปหลายพันบาทอยู่เหมือนกัน ไม่น่าเชื่อว่าเดี๋ยวนี้เราจะซื้อหนังสือเยอะมากขนาดนี้ มีหลากหลายแนวแต่ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นหนังสือวิชาการกับแนวจิตวิทยาเพื่อการพัฒนาตนเอง ถือว่าเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งที่ไม่เสียดายตังค์เลย พยายามจะอ่านทั้งหมดที่ซื้อมาให้จบทุกเล่ม ตอนนี้ชอบสามก๊กฉบับการ์ตูนของนานมีบุ๊ค เพิ่งวางแผงออกมา 5 เล่มจากทั้งหมด 15 เล่มจบ เรียบเรียงได้สนุกน่าอ่านและภาพสวยน่าสะสมมาก
     
     
    March 18

    เครียดคลายได้ ถ้าใจคอยเป็น

     
     
    ในทุกวันนี้ คงไม่มีอะไรที่สามารถบงการระบบประสาทของคนเราได้ฉับพลันเท่ากับเสียงโทรศัพท์ ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบทใด ทันทีที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อะไรที่ทำอยู่แม้จะสำคัญเพียงใดต้องหยุดกะทันหัน เพื่อคว้ามือไปรับโทรศัพท์ ไม่เพียงแต่เสียงโทรศัพท์เท่านั้น มีอีกหลายอย่างที่เราปล่อยให้มันเข้ามาบงการเรา อย่างเช่นสัญญาณไฟจราจรอาจพาให้เราเครียดกระวนกระวายใจ สาเหตุที่เราทุกข์นั้นเพราะใจร้อนหรือคอยไม่เป็นนั่นเอง
     
    จิตที่ร้อนรุ่มราวกับถูกไฟลนนั้น หลายครั้งเราตกเป็นฝ่ายคอย คอยเพื่อน คอยแฟน คอยจดหมาย คอยงานเสร็จ คอยคนเห็นคุณค่าของเรา ยิ่งคอยก็ยิ่งทุกข์ ไม่ใช่ทุกข์เพราะสิ่งที่คอยยังมาไม่ถึง แต่ทุกข์เพราะใจเร่งเร้าเผาลนต่างหาก แท้จริงแล้วตัวการไม่ได้อยู่ข้างนอกแต่อยู่ข้างในต่างหาก ชีวิตที่อะไรต่ออะไรได้มาโดยไว ทำให้เราคอยกันไม่เป็น หวังแต่ให้ทุกอย่างเปิดปุ๊ปติดปั๊บท่าเดียว เมื่อสิทธารถะไปขอเรียนวิชาจากอาจารย์เฒ่า เขาได้อ้างคุณสมบัติที่เขาเชื่อว่าเหมาะสมแก่การเป็นศิษย์ ซึ่ง 1 ใน 3 ของคุณสมบัติดังกล่าว คือ "I can wait"
     
    ถ้าเราสามารถฝึกใจให้รู้จักคอยได้ ชีวิตจะมีความสุขขึ้นอีกเยอะ อย่าลืมว่ายังมีอีกหลายอย่างในชีวิตที่ต้องใช้เวลา หลายอย่างที่ว่านี้มีความสำคัญทั้งนั้น เช่น สุขภาพ ความรู้ ความสำเร็จ แม้กระทั่งความรัก ถ้าเราคอยสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ชีวิตก็มีแต่ความเครียดรุมเร้า ในชีวิตประจำวัน เรามีโอกาสมากมายที่จะฝึกใจให้รู้จักคอย แล้วใจที่รู้จักคอยนี่แหละจะนำความสุขมาให้ และฉุดความเครียดให้พ้นไปจากชีวิตของเรา ใจที่รู้จักคอยคือกุญแจแห่งความสุขและความสำเร็จ
     
     
    คัดลอกบางส่วนจาก
    คอลัมน์ Enlighten "เครียดคลายได้ ถ้าใจคอยเป็น"
    นิตยสาร First Magazine ปักษ์แรก มีนาคม 2551
     
     
     
    March 16

    แซลมอนสอนคน

     
     
     
    หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาที่เป็นเสมือนบททดสอบที่สาหัส ยิ่งตอกย้ำให้ตระหนักถึงความเป็นเลิศในชิ้นงานวิจัย ซึ่งจะสะท้อนคุณค่าของผู้วิจัยผ่านสายตานับร้อยคู่ที่จับจองบนเวที ทว่าครั้งนี้เราจะผ่านมันไปได้อย่างงดงามน่าพึงพอใจ แม้ว่าจะไม่มีใครรับรู้ถึงความยากลำบากที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง เตือนตัวเองไม่ให้หลงระเริงในความสำเร็จเพียงเล็กน้อย ย้ำเตือนสติให้ต้องใส่ใจในทุกผลงานที่ผ่านออกไป การเป็นที่ยอมรับและโอกาสดีดีจะตามมาก็ต่อเมื่อได้แสดงความล้ำเลิศออกมาผ่านผลงานวิจัยนั่นเอง
     
     
    วันนี้ถือโอกาสแนะนำหนังสือดีที่ควรผ่านสายตาอีกเล่มนึง ในกลุ่มประเภทหนังสือจิตวิทยาเพื่อการพัฒนาตนเอง
     
    เรื่อง: Salmon แซลมอนสอนคน
    เขียน: Ahn Do Hyeon
    แปล: ชุตินันท์ เอกอุกฤษฏ์กุล
     
    นี่คือเรื่องราวซาบซึ้งแฝงข้อคิดที่ทำให้เราได้เข้าใจความหมายในคุณค่าของการมีชีวิตอยู่อย่างแท้จริง ทั้งสุข ทุกข์ เจ็บปวด ห่วงใย ยินดี การเอาชีวิตรอด ผู้คนในสังคม และความรัก กระทั่งก้าวข้ามผ่านช่วงชีวิตอันสับสนไปได้ แซลมอนที่มีวิถีชีวิตมหัศจรรย์นี้จะทำให้เราได้เข้าถึงธรรมชาติและย้อนกลับมามองลึกลงไปในจิตวิญญาณของเราเอง เราจะต่อยอดความคิดได้จากเรื่องราวการค้นหาและต่อสู้ เฉกเช่นการได้ว่ายทวนน้ำฝ่าฟันอุปสรรคตามติดฝูงแซลมอน สัมผัสคุณค่าของการมีชีวิตด้วยการเดินทางอันมหัศจรรย์นี้ผ่านมุมมองของมัน อาจทำให้เราเข้าใจชีวิตได้มากขึ้น
     
     
    March 12

    ถูกนินทาว่าร้าย คิดอย่างไรจึงจะหายทุกข์

     
     
    สังคมไทยเป็นสังคมที่มีความสัมพันธ์ในแนวดิ่ง คือเน้นเรื่องการใช้อำนาจครอบงำกันและกัน จึงมีการปลูกฝังให้คิดแข่งดีแข่งเด่น คิดเหนือผู้อื่น สอนให้มุมานะอยากเป็นใหญ่เป็นโตมาตั้งแต่โบราณ คาดว่าตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น ทำให้คนไทยเรา เวลาเห็นใครดีก็มักจะเกิดความริษยาโดยไม่รู้ตัว คือทนไม่ได้ที่จะเห็นคนอื่นดีกว่าตน สังคมที่มีความสัมพันธ์ในแนวดิ่งเช่นนี้ ผู้คนจึงมักจะชอบนินทาว่าร้ายกันและกันเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าคิดวิเคราะห์ได้เช่นนี้แล้วก็สบายใจ ไม่ต้องไปเดือนเนื้อร้อนใจอะไรมาก ให้ถือว่าการที่เราถูกนินทานี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ทางสังคมก็แล้วกัน
     
    โดยสัญชาตญาณแล้ว เรามักจะทุกข์กับการถูกนินทาว่าร้ายโดยอัตโนมัติ และเมื่อทุกข์ขึ้นมาฉับพลันนั้น ก็มักจะตอบโต้เขาไปโดยไม่เลือกวิธี ทำให้สถานการณ์ยิ่งบานปลายเข้าไปใหญ่ คิดอย่างไรดีจึงจะไม่เดือดเนื้อร้อนใจ
     
    ให้คิดเสียว่านี่เป็นธรรมดาของโลก ไม่เคยมีใครสักคนบนโลกนี้ที่รอดพ้นจากการถูกนินทา เพราะแม้แต่พระพุทธเจ้าซึ่งเป็นผู้ที่ประเสริฐบริสุทธิ์สูงสุดก็ยังไม่พ้นถูกคนพาลกล่าวโจมตีว่าร้าย แล้วนับประสาอะไรกับปุถุชนคนธรรมอย่างเรา การถูกนินทาเป็นแค่เรื่องธรรมดา เกิดขึ้นมาพร้อมกับโลกและยังคงมีอยู่ต่อไปตราบชั่วฟ้าดินสลาย
     
    ให้มีจิตใจมั่นคงดุจภูผา ถ้าเรามีความบริสุทธิ์ใจ ทำงานด้วยความตั้งใจปรารถนาดี ก็ขอให้เรามีความมั่นใจในความดีของเรา อุปมาภูผาหินแท่งตันไม่หวั่นไหวในลมพายุฉันใด บัณฑิตผู้มีจิตใจหนักแน่นในความดี ย่อมไม่หวั่นไหวในคำสรรเสริญและคำนินทาฉันนั้น
     
    ให้มีจิตใจเมตตาสงสารผู้นินทา คิดด้วยความเมตตากรุณาว่าคนที่นินทาเรานั้นย่อมทำไปด้วยความอิจฉาริษยา เขาจะต้องเผาลนจิตใจของเขาให้ร้อนรุ่มเสียก่อน จึงจะสามารถนินทาว่าร้ายคนอื่นออกมาได้ ให้คิดเมตตาสงสารแทนที่จะโกรธเคืองเขา
     
    คิดหาประโยชน์จากคำนินทา บางทีจุดอ่อนเหล่านี้ตัวเราเองก็มีอยู่จริง แต่ทว่าเราไม่รู้ตัวมาก่อน ถือเป็นประโยชน์มาก เพราะเราสามารถนำเอาข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนาปรับปรุงตนเองได้ ดังนั้นเราจึงควรจะขอบคุณคนนินทาเรา เพราะเขาอุตส่าห์ไปนั่งคิดนอนคิดค้นหาข้อมูลมาช่วยให้เราปรับปรุงตนเอง
     
    ในอนาคตหากมีการศึกษาเรื่องพุทธธรรมกับสังคมไทยกันอย่างจริงจัง บางทีเราอาจจะสามารถเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางสังคมจากแนวดิ่งให้เป็นแนวราบ คือ คนไทยมีความเสมอภาคกัน ไม่ถืออำนาจเป็นใหญ่ เมื่อถึงเวลานั้นสังคมที่เต็มไปด้วยการนินทาว่าร้ายก็จะลดลงไปเองตามธรรมชาติ แล้วภาษิตยอดฮิตที่ว่า "สังคมเสื่อมถอยเพราะคนดีท้อแท้" หรือ "ทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย" จะได้เลิกใช้กันเสียที
     
     
     
     
    คัดลอกบางส่วนจาก
    คอลัมน์ Enlighten "ถูกนินทาว่าร้าย คิดอย่างไรจึงจะหายทุกข์"
    นิตยสาร First Magazine ฉบับปักษ์แรก เดือนมีนาคม 2551
     
     
    March 10

    สุขใจในสิ่งที่ทำ

     
    บทสัมภาษณ์ "ดร คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช" จาก "เด็กเลี้ยงหมู" สู่ "คุณหญิง"
     
    คอลัมน์ First Talk
    นิตยสาร First Magazine
     
     
    "ไม่มีทางชีวิตของใครโรยด้วยกลีบกุหลาบงามมาตั้งแต่ต้น ความสำเร็จเกิดจากการดิ้นรนไขว่คว้า ด้วยความมานะพยายาม และด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ในที่สุดจะพบกับความราบรื่น"
     
    "ดิฉันเกิดมาจากดิน จากป่า เป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง มาถึงตรงนี้ได้ก็เพราะได้รับโอกาสทางการศึกษา ก่อนที่จะกลับไปสู่ดิน อยากจะสร้างโอกาสให้เด็กคนอื่นมีโอกาสเหมือนกับดิฉันบ้าง จึงอยากให้กำลังใจคนที่ลำบาก เกิดมายากจน ว่าอย่าเอาสิ่งนี้มาเป็นเหตุให้ท้อแท้หรือมีความทุกข์ เราต้องพัฒนาตัวเองโดยการเรียนรู้ และหลักดันยกระดับตัวเอง เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำอะไรดีๆ ให้แก่ชีวิตได้เสมอ"
     
    "เกิดจากไหนไม่สำคัญ สำคัญว่ามุ่งมั่นตั้งใจจะทำอะไรเพื่อใครบ้าง"
     
    "หากทำแต่สิ่งที่ดี ก็จะได้รับความสุขใจในสิ่งที่ทำ และวันหนึ่งโลกจะรับรู้เองว่าเราทำอะไรให้แก่แผ่นดินบ้าง"
     
     
    March 07

    หัวหมุน

     
    ช่วงนี้มีเรื่องต้องหัวปั่นหัวหมุนมากมาย ทั้งตรวจข้อสอบและสะสางงานวิจัยตัวเอง ทุกอย่างรุมกันเข้ามาช่วงสองสัปดาห์นี้เอง ก่อนหน้านี้ปลายเดือนที่ผ่านมาเพิ่งสอบ Qualifying Exam ปริญญาเอก พร้อมกัน 7 ด้านในวันเดียว ได้แก่ นิเวศวิทยาและความหลากหลายทางชีวภาพ เคมีและพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม มลพิษทางน้ำ มลพิษทางอากาศ วิทยาศาสตร์พื้นฐาน ปรัชญาและจริยศาสตร์สิ่งแวดล้อม  ตั้งใจจะต้องผ่านให้ได้รวดเดียวในเทอมแรกนี้ ซึ่งก็ทำไปเต็มที่ด้วยความมั่นใจล้นเปี่ยม เชื่อมั่นในกึ๋นที่มีเลยไม่ได้อ่านหนังสือสักตัว เราเองก็มีวิชาชีพเดียวกันกับคนออกข้อสอบทั้ง 7 คนนี่นา แล้วจะต้องกลัวอะไรทำไมกัน แต่ล่อซะเขียนแทบมือหงิก 7 ชั่วโมงต่อเนื่อง ไม่ได้ผ่านความรู้สึกแบบนี้มานานมากแล้ว เหมือนกรรมตามสนองเวลาเราออกข้อสอบหรือสั่งงานเยอะ
     
    ต้นเดือนโผล่มาก็สอบ Neural Networks กับ Fuzzy Logic ทำไปได้บ้างและไม่ได้บ้าง ออกแนวพิสูจน์เชิงคณิตศาสตร์เป็นส่วนใหญ่ แถมมีโปรเจคโครงงานวิจัยย่อยในรายวิชาต้องส่งอีกด้วย เลยลองโจทย์ในลักษณะการแบ่งกลุ่มข้อมูล (Clustering) ด้วยวิธี Self-Organizing Map (SOM) ซึ่งเป็นทาง Neural Networks และวิธี Fuzzy C-Mean (FCM) ซึ่งเป็นทาง Fuzzy Logic เพื่อเปรียบเทียบผล เอาเข้าจริงก็มีอุปสรรคสารพัดทีเดียว เพราะยังใช้ MATLAB ได้ไม่คล่องสักเท่าไหร่
     
    ส่วนสัปดาห์หน้านี้ต้องนำเสนอความก้าวหน้างานวิจัยของ สกว เสียด้วย แถมเปิดเป็นเวทีใหญ่ให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมฟังและซักถาม แอบหวั่นใจเล็กน้อย แต่พยายามเชื่อมั่นว่าเราต้องผ่านมันไปได้ด้วยดี ใช้โอกาสนี้แสดงผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ให้ได้ หลังจากนี้ก็คงเป็นเทศกาลตรวจแก้เล่มปัญหาพิเศษของนิสิตในความดูแลทั้ง 9 คน เป็นที่ปรึกษาร่วมอีก 2 คน เป็นกรรมการอีก 5 คน เป็นอันไม่ต้องทำอะไรจนถึงสงกรานต์เป็นแน่ ยังไม่รวมถึงงานใหม่ที่รับมาตรวจวัดกระแสน้ำแถบเกาะกูดและเกาะหมาก
     
    เมื่อค่ำขับรถเข้าเมืองไปหาสิ่งบันเทิงเริงใจ เพิ่งเห็นว่ามีอัลบั้มใหม่ทาทายังวางแผง มีเพลงเพราะความหมายดีอยู่เยอะเหมือนกัน ไม่รู้นึกยังไงเกิดอารมณ์อยากดูหนังคนเดียว เลยซื้อตั๋วเข้าไปชมภาพยนตร์เรื่อง "10000 BC" ไม่ได้อ้างอิงประวัติศาสตร์สักเท่าไหร่หรอก ภาพรวมสื่อถึงวิถีชนเผ่า ความเชื่อ ศรัทธา อารยธรรม วีรกรรม ผู้กล้า ถือว่าเป็นหนังดีที่ดูแล้วอิ่มเอมใจ ไม่รู้สึกเสียดายตังค์เท่า "The Jumper" ส่วนโปรแกรมถัดไปที่ต้องไม่พลาด คือ การ์ตูนแอนนิเมชั่น "นาค" ซึ่งกำกับโดย "บอย โกสิยพงษ์" ไปช่วยกันอุดหนุนหนังไทยกันด้วยล่ะ
     
     
    February 27

    The Angel Inside

     
    "สิ่งที่เธอจะต้องเรียนรู้อีกในเรื่องนี้"
     
    "อะไรหรือครับ?"
     
    "เธอทำงานอะไรก็ตาม ขอให้เธอทำด้วยฝีมืออันล้ำเลิศ คำว่าล้ำเลิศนี่เองที่จะเปิดประตูให้เธอก้าวไปสู่โอกาส คนหนุ่มสาวหลายคนอยากได้โอกาส แต่ไม่รู้จักสร้างโอกาส ต่อไปนี้คือเคล็ดลับสำหรับคนในช่วงอายุนี้ คือ จงดำเนินชีวิตและทำงานด้วยความสามารถอันเป็นเลิศ แล้วโอกาสจะผ่านเข้ามาในเส้นทางของเธอเอง ไม่ว่าใครๆก็ไม่อาจละสายตาจากความเป็นเลิศไปได้เลย"
     
    "แล้วผมจะทำอย่างไรล่ะครับ ผมหมายถึงว่า พูดในแง่ของการนำไปปฏิบัติ?"
     
    "สิ่งแรกก็คือขอให้เธอมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ใช่แล้ว เราควรมีความฝัน ควรมองการณ์ไกลเห็นสิ่งที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า แต่สิ่งที่จะพาเราไปหาสิ่งนั้นได้ไม่ใช่ความฝัน มันคือความเป็นเลิศที่เราแสดงออกมาในแต่ละวันต่างหาก ความเป็นเลิศที่เราแสดงออกมาทางผลงานอันจะอยู่ยั้งยืนยง ความเป็นเลิศในการสร้างสัมพันธภาพกับคนรอบข้าง ซึ่งจะผลิดอกออกผลในภายหลัง เมื่อคนที่เราเคยพบและเคยให้ความเมตตากรุณากลับมาตอบแทนบุญคุณและให้โอกาสแก่เรา ความเป็นเลิศด้านคุณธรรมจริยธรรม อันจะเป็นรากฐานให้เราดำเนินชีวิตอย่างราบรื่นในทุกๆด้าน ประการสุดท้าย เราจะต้องนึกย้อนชีวิตกลับไปว่า เราเป็นผู้ยินดีพอใจกับความสำเร็จที่เราได้รับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพอใจกับสิ่งที่เราเป็นมา คนที่สัมฤทธิผลในด้านอื่นๆ แต่ขาดคุณธรรมจริยธรรมที่ดีก็ยากที่จะมีชีวิตอยู่อย่างประสบผลสำเร็จ เธอเข้าใจใช่ไหม"
     
    "ผมคิดว่าเข้าใจครับ"
     
    "จงสนุกสนานกับชีวิตที่เป็นอยู่ จงอยู่ด้วยความเป็นเลิศ ทำตัวเป็นบุคคลที่ใครๆก็ภูมิใจเมื่อได้รู้จัก ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด จงมีความใฝ่ฝันว่าอยากจะทำอะไรและจะใช้ชีวิตแบบไหน อันดับแรก เธอจะต้องค้นหาความใฝ่ฝันว่าสิ่งที่เธออยากจะทำนั้นคืออะไร? เมื่อแสวงหาเธอจะเจอ เมื่อเจอแล้ว ต้องทุ่มเทลงไปทั้งหัวใจ ทุ่มเทกายใจให้กับงานที่เธอรัก จงทำอย่างเดียวกันนี้กับชีวิตและกับคนรอบข้าง ชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยความใฝ่ฝันจะเป็นชีวิตที่สมบูรณ์พร้อม และหากเธอทำทุกสิ่งที่ได้ว่ามา สิ่งที่ดีๆก็จะผ่านเข้ามาในชีวิตเธอ"
     
    "ผมก็หวังให้เป็นเช่นนั้น"
     
    "มันเป็นเช่นนั้นแน่ ฉันรู้สิ่งเหล่านี้ดี คนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เธอมีอนาคตที่สดใสรอคอยอยู่เบื้องหน้าแล้ว"
     
     
     
     
    ========================================================
    คัดลอกบางส่วนมาจากนวนิยายเชิงอุปมาอุปไมยในชีวิตและงานศิลปะของไมเคิลแองเจโล
    "The Angel Inside ค้นหาเทวดาในตัวคุณ"
    ผู้แต่ง: Chris Widener
    ผู้แปล: ผศ บุญเลิศ วงศ์พรม
     
     
     
     
     
    February 19

    หนังสือดีร่วมแบ่งปัน

     
    วันนี้เปลี่ยนบทมาแนะนำหนังสือดีน่าอ่านในทำนองเล่าสู่กันฟังบ้างก็แล้วกัน
     
    เล่มแรก - เศรษฐกิจเขียวและใส (ดร พงษ์พิสิฏฐ์ วิเศษกุล)
    หนังสือเล่มนี้แสดงทรรศนะเพื่อทางรอดของสิ่งแวดล้อมและสังคมไทย โดยอธิบายความเป็นมาและเป็นไปของการพัฒนาประเทศ เพื่อใช้เป็นรากฐานแห่งเหตุผลประกอบข้อเสนอแนะต่างๆที่เป็นประโยชน์ในการเสริมความแข็งแรงให้กับประเทศ ผู้เขียนรับราชการที่สภาพัฒน์ เคยย้ายไปสังกัดสำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ปัจจุบันกลับมารับผิดชอบคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ท่านทิ้งท้ายในหนังสือเล่มนี้ถึงเรื่องปฏิรูปการศึกษา เรากำลังก้าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานความรู้ ที่ต้องเร่งพัฒนาคนตั้งแต่วัยก่อนเข้าเรียน อบรมบ่มนิสัยให้เป็นคนดี มีจริยธรรม มีความคิดเป็นวิทยาศาสตร์ มีความคิดริ่เริ่ม ทำงานเป็นทีม รักการอ่านตลอดชีวิต สามารถนำความรู้ที่มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลามาใช้เป็นประโยชน์แก่ตนเองและสังคมได้ เพื่อการแข่งขันในโลกแห่งฐานความรู้
     
    เล่มสอง - หัวใจนักคิด Systems Thinking (Joseph O'Cornor and Ian McDermott)
    หนังสือเล่มนี้เปิดประตูสู่พัฒนาการของรูปแบบการคิด วิธีคิดและวิธีเขียนแม่แบบในระบบอย่างง่ายๆ เพื่อที่จะช่วยให้ทุกคนเข้าใจตนเอง เข้าใจผู้อื่น เข้าใจระบบ และเข้าใจความเป็นไปของโลก อันจะทำให้ทุกคนและองค์กรได้ก้าวไปสู่ความเป็นเลิศในองค์การแห่งการเรียนรู้ เป็นการคิดเชิงบูรณาการ ถือเป็นการมองไปข้างหน้าในรูปแบบที่เรียกว่า Seeing What's Next เพื่อบูรณาการสรรพสิ่งทั้งในชีวิตและการงาน ช่วยให้สามารถพัฒนาวิธีคิดและมีความเข้าใจในการคิดเชิงระบบ ซึ่งทำให้สามารถมองอีกด้านหนึ่งของเรื่องที่มีความซับซ้อน อันเป็นที่มาของการเปลี่ยนแปลงการกระทำของตัวเราเอง และเกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีๆในโลกใบนี้
     
    เล่มสาม - การพัฒนาคุณสมบัติส่วนบุคคลสำหรับจัดการความขัดแย้งโดยสันติวิธี (ผศ ดร ชวนะ ภวกานันท์)
    หนังสือเล่มนี้เริ่มต้นด้วยการอธิบายความสำคัญและความสัมพันธ์ของการสำรวจบุคลิกภาพของตนเอง การสื่อสารกับการค้นหาความเป็นตัวตน ทฤษฎีเกี่ยวกับความชอบและความรัก ความคิดสร้างสรรค์และสรีระวิทยาเชิงสร้างสรรค์ การพัฒนาจิตวิญญาณ สืบสานพัฒนาตัวตน ซึ่งอธิบายความแตกต่างระหว่างบุคคลและปัจจัยเหตุแห่งความแตกต่างระหว่างบุคคล สุดท้ายจบลงที่การกล่าวถึงธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องการหาจุดศูนย์ดุลเพื่อตัวเอง ทิ้งท้ายในเรื่องของสมดุลระหว่างความยินดี ความขยัน และปัญญา สมดุลระหว่างการให้และการรับ สมดุลระหว่างสิ่งที่ดีที่สุด สิ่งที่เหมาะสมที่สุด และสิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุด สมดุลระหว่างความมี ความเป็น และความพอดี
     
    เล่มสี่ - ค้นหาเทวดาในตัวคุณ The Angel Inside (Chris Widener) (ผศ บุญเลิศ วงศ์พรม แปลและเรียบเรียง)
    หนังสือเล่มนี้สร้างแรงบันดาลใจและกำลังใจได้เป็นอย่างดีสำหรับทุกคนที่ฝันจะประสบความสำเร็จในบางสิ่งบางอย่าง เป็นนวนิยายเชิงอุปมาอุปไมยในชีวิตและงานศิลปะของไมเคิลแองเจโล โดยเริ่มต้นตั้งแต่การค้นหาเทวดาที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเรา เดินตามความใฝ่ฝัน มั่นใจในในจุดเด่นของตนเอง วางแผน เตรียมพร้อม ลงมือทำ แม้บางครากว่าความสำเร็จจะมาเยือนก็ต้องใช้เวลาเป็นแรมปี ดังนั้นต้องรู้จักอดทนรอ บทเรียนทิ้งท้ายเตือนใจกล่าวว่า จงสนุกสนานกับชีวิตที่เป็นอยู่ จงอยู่ด้วยความเป็นเลิศ ทำตัวเป็นบุคคลที่ใครๆก็ภูมิใจเมื่อได้รู้จัก ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด จงมีความใฝ่ฝันว่าอยากจะทำอะไรและจะใช้ชีวิตแบบไหน ต้องค้นหาความใฝ่ฝัน เมื่อแสวงหาเจอแล้วต้องทุ่มเทลงไปทั้งหัวใจ ชีวิตที่เปี่ยมด้วยความใฝ่ฝันจะเป็นชีวิตที่สมบูรณ์พร้อม สิ่งดีๆก็จะผ่านเข้ามาในชีวิต
     
     
     
     
    February 18

    รัดเข็มขัด

     
    สัปดาห์ที่ผ่านมาไปอบรมคอร์ส Neural Network Implementation with MATLAB ที่บริษัท Activemedia Innovation ช่วยให้มองเห็นภาพของการประยุกต์ใช้งานมากขึ้นพอสมควร หลังจากที่เรียนรายวิชา Artificial Neural Networks ของ ศ ดร ชิดชนก เหลือสินทรัพย์ ผ่านมาแบบไม่ค่อยรู้เรื่องสักเท่าไหร่ เพราะเน้นแต่พิสูจน์สูตรที่มาเชิงคณิตศาสตร์ สมาชิกที่มาอบรมเพียงไม่ถึง 10 คน ส่วนใหญ่ก็มีวิชาชีพเดียวกันกับเรา การอบรมคอร์สนี้ค่อนข้างพอใจ แม้ว่าค่าอบรม 4500 บาทสำหรับระยะเวลา 2 วันก็นับว่าแพงใช้ได้ ทว่าไม่รู้สึกเสียดายตังค์เหมือนคราวก่อนที่อบรมคอร์ส Data Mining ที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ เลยวางแผนจะไปอบรมต่อเนื่องคอร์ส MATLAB Optimization Techniques เพิ่มเติมสำหรับเดือนหน้า เพราะสนใจส่วนของ Genetic Algorithm เผื่อสำหรับนำมาใช้ในงานวิจัยต่างๆ เพราะการศึกษาต้องมีการลงทุนกันบ้าง ทั้งทุนทรัพย์และความพากเพียรอุตสาหะ 
     
    กิจวัตรยามเข้ามาในกรุงเทพฯก็ยังคงเป็นการเข้ายิมเล่นเวทและการเข้าร้านหนังสือเช่นเคย ได้ผ่านไปเดินพันธุ์ทิพย์เลยเอาโน๊ตบุ๊คไปอัพ RAM 1 GB เสียไปตั้ง 3200 บาท ช่วงนี้เกิดกิเลสอยากได้ PDA Phone รุ่นใหม่ที่ราคาประมาณสองหมื่น แต่ยังพอยับยั้งชั่งใจไว้ได้ แม้จะมีธุระเยอะในแต่ละวัน ทว่าคงยังไม่ถึงขนาดต้องมี Mobile Organizer พกไว้จิ้มหรอก นอกจากนี้ ระยะหลังมีตุ๊กตาและของน่ารักที่อยากได้เล็งไว้ตั้งหลายชิ้นที่ต้องตัดใจ โดยเฉพาะเซรามิคแมวกวักและกบนำโชคที่ร้านแถว 29 พลาซ่า เห็นแล้วอยากได้เป็นที่สุดแต่ราคาแพงมาก ต่อเท่าไหร่ก็ไม่ลด (สักวันจะมารับออกไปจากตู้โชว์นะ เจ้ากบนำโชค อย่าเพิ่งเป็นของคนอื่นไปเสียก่อน) นับตั้งแต่ปีใหม่ผ่านมาค่าใช้จ่ายสูงเหลือเกิน ซึ่งมากกว่าครึ่งนึงของเงินเดือนก็ต้องใช้สำหรับผ่อนรถและให้ที่บ้าน แถมค่าน้ำมันที่ต้องขับรถเข้ากรุงเทพฯเกือบทุกอาทิตย์อีก ตัดส่วนประกันสังคม ค่าห้อง ค่าน้ำและค่าไฟออกไปก็เหลือเป็นค่ากินไม่เท่าไหร่เอง ยังจะมาใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเช่นเคยเห็นทีคงไม่ได้ ต้องรัดเข็มขัดสักหน่อยแล้ว